The Eiffel Ramkhamhaeng-Mistine

ดิ ไอเฟิล รามคำแหง-มิสทีน

ทำเลรามคำแหงในปัจจุบันถูกยกระดับศักยภาพของทำเลให้สูงขึ้นด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตลิ่งชัน-มีนบุรี ซึ่งปัจจุบันช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ-มีนบุรี เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว สามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 50,000 คน/ชั่วโมง ทำให้ตลอดแนว ถ.รามคำแหง ตามแนวรถไฟฟ้า ที่แต่เดิมก็เป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีโครงการที่อยู่อาศัยถูกพัฒนาขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนว ถ.รามคำแหง ฝั่งใต้ ที่ยังคงมีที่ดินให้พัฒนาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เหมาะทั้งโครงการแนวสูง และแนวราบ โดยราคาที่ดินก่อนจะมีโครงการรถไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 100,000-150,000 บาท/ตารางวา ส่วนปัจจุบันพุ่งไปอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท/ตารางวา แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่าทำเลใจกลางเมืองตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งแต่เดิมอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท/ตารางวา แต่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 600,000-700,000 บาท/ตารางวา หรือบางแปลงอาจสูงถึง 1 ล้านบาท/ตารางวา

โดยข้อมูลจากบริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด พบว่า ที่ดินแปลงขนาด 2-5 ไร่ ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มสูงที่สุดอยู่บริเวณสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อยู่ที่ 600,000-700,000 บาท/ตารางวา ส่วนตั้งแต่สถานีศรีบูรพาจนถึงสถานีราษฎร์พัฒนา อยู่ที่ 100,000-150,000 บาท/ตารางวา ตั้งแต่สถานีวัดบางเพ็งจนถึงสถานีมีนบุรี อยู่ที่ 100,000-120,000 บาท/ตารางวา และสถานีสุวินทวงศ์ อยู่ที่ 80,000-100,000 บาท/ตารางวา

นอกจากนี้ ถ.รามคำแหง ฝั่งใต้ ยังใกล้กับ ถ.วงแหวนรอบนอก (ตะวันออก) ซึ่งปัจจุบันมีการขยายช่องทางจราจร และการพัฒนาถนนเชื่อมต่อทั้ง 2 ฝั่ง ถ.วงแหวนรอบนอก หลายสาย อีกทั้งยังเป็นทางเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ ที่เป็นประตูสู่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่มีมูลค่าการพัฒนามากกว่า 400,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ได้อย่างคล่องตัว ทำให้ทำเลแถบนี้มีศักยภาพทั้งด้านการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจ